Seiko Watch

หากจะว่ากันตามจริงแล้วนาฬิกาที่เราสวมใส่กันในทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาข้อมือผู้ชายหรือผู้หญิง ต่างก็ล้วนมีพัฒนาการ ของการเริ่มต้นมาจากนาฬิกาที่ถูกคิดค้นขึ้นในยุคแรก ๆ ของเผ่าพันธุ์มนุษย์ ไม่ว่าจะเป็น นาฬิกาแดด นาฬิกาน้ำ นาฬิกาทราย หรือนาฬิกาที่มีเข็มเรือนแรก ๆ ซึ่งเกิดจากการประดิษฐ์ของมนุษย์ในปี ค.ศ.1364 โดยบุคคลที่ได้ชื่อว่าเป็นคนแรกที่สามารถสร้างนาฬิกาดังกล่าวได้ก็คือ จิโอวานนี เดอร์ ดอนได (Giovanni de Dondi) แต่นาฬิกาที่ถูกสร้างขึ้นนี้ก็ยังคงมีข้อด้อยในเรื่องของขนาดที่ใหญ่มากเกินไป เนื่องมาจากลูกศรที่ใช้ในการชี้บอกตำแหน่งทั้งดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดวงดาวอื่น ๆ นั่นเอง

อย่างไรก็ตามต่อมาในปี ค.ศ.1500 นาฬิกาเรือนแรกของโลกก็ได้ถูกประดิษฐ์ขึ้นมาโดย ปีเตอร์ เฮนเรียน (Peter Henlein) ชายชาวเยอรมันซึ่งมีอาชีพเป็นช่างทำกุญแจ แต่ถึงกระนั้นข้อจำกัดในเรื่องของขนาดนาฬิกาที่ใหญ่มากเกินไปก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข จนกระทั่ง ลูกชายของกาลิเลโอ กาลิเลอี (Galileo Galilei)  ที่มีนามว่า เวนเซนซิโอ กาลิเลอี (Vincenzio Galilei) ได้สร้างนาฬิกาที่อาศัยการแกว่งลูกตุ้มที่เรียกกันว่า “นาฬิกาเพนดูลัม (Pendulum)”  ซึ่งเป็นผลมาจากการสังเกตของกาลิเลโอผู้เป็นพ่อนั่นเอง

ซึ่งจากความสำเร็จในการสร้างนาฬิกาครั้งนี้ของคู่พ่อลูก ทำให้มีการพัฒนาและคิดค้นนาฬิกาที่มีความแม่นยำและมีขนาดเล็กลงเรื่อย ๆ อีกทั้งยังมีฟังก์ชันต่าง ๆ เพิ่มเติมเสริมเข้ามามากมายอย่างที่เห็นกันทั่วไปในปัจจุบัน ยกตัวอย่างเช่นนาฬิกาข้อมือผู้ชายรูปแบบต่าง ๆ ของบริษัทผลิตนาฬิกาแบรนด์ดังของประเทศญี่ปุ่นอย่างนาฬิกาไซโก้

นาฬิกาไซโก้เป็นสินค้าที่ถูกผลิตขึ้นมาโดยบริษัท เค ฮัตโตริ แอนด์ โค จำกัด ที่ถูกก่อตั้งขึ้นมาโดยนายคินทาโร ฮัตโตริ

ในปี ค.ศ.1881 โดยบริษัทของเขาถือเป็นบริษัทที่เป็นผู้ผลิตนาฬิกาเจ้าแรก ๆ ของประเทศญี่ปุ่น ที่มีชื่อเสียงระดับโลก ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า 130 ปี ภายใต้การทำงานขององค์กรไซโก้ ซึ่งยึดหลักการทำงานที่มุ่งเน้นคำปฏิญญาว่าด้วย “การมุ่งมั่นและพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้ลูกค้าไซโก้ทั่วโลก” ทำให้นาฬิกาไซโก้ถูกผลิตออกมาหลากหลายรูปแบบ ซึ่งพัฒนาการของนาฬิกาไซโก้สามารถแบ่งตามช่วงระยะเวลาในการพัฒนาออกเป็น 3 ช่วง ดังนี้

ช่วงเริ่มก่อตั้ง และพัฒนาในยุคแรกเริ่ม (ค.ศ.1881 – 1959)

ในช่วงแรกหลังจากที่มีการสร้างโรงงานไซโกะชา (Seikosha) ขึ้นมา บริษัทมีการผลิตเพียงนาฬิกาแขวนผนัง ต่อมาจึงมีการผลิตนาฬิกาแบบพกพา และนาฬิกาข้อมือ ทั้งแบบนาฬิกาไซโก้ผู้ชายและผู้หญิงตามลำดับ และในปี ค.ศ.1924 ก็ได้มีการเปลี่ยนชื่อแบรนด์จากไซโกะชา เป็น “ไซโก้” ที่มีความหมายได้ทั้งความประณีตสวยงาม ความสำเร็จ ความแม่นยำเที่ยงตรง เป็นต้น โดยในปี ค.ศ.1929 เนื่องจากมีการก่อสร้างและขยายสถานีรถไฟฟ้า บริษัทไซโก้ก็ได้รับความไว้วางใจจากทางการรถไฟฟ้าญี่ปุ่นให้เป็นผู้ผลิตนาฬิกาสำหรับใช้ในแต่ละสถานีและใช้ดูเวลาสำหรับคนขับรถไฟฟ้าแต่ละคันอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นช่วงเริ่มต้นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงเลยก็ว่าได้

 ช่วงการคิดค้นสิ่งใหม่ ๆ และพัฒนาแบรนด์ให้เป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก (ค.ศ.1980 – 1999)

Seiko Men Watches

ในช่วงระยะเวลานี้นาฬิกาของไซโก้ได้รับการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด จากนาฬิกาธรรมดา ๆ ทั่วไป ได้ถูกพัฒนาจนกลายมาเป็นนาฬิกาที่มีฟังก์ชันเสริมเพิ่มเติมมากมาย อาทิ นาฬิกาจับเวลาที่ถูกนำไปใช้ในการตัดสินการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพครั้งแรก นาฬิกาที่สามารถกันน้ำได้ที่ระดับความลึกถึง 150 และ 600 เมตร นาฬิกาที่ผลิตขึ้นจากเทคโนโลยีโครโน-กราฟครั้งแรกของโลก นาฬิกาเรือนแรกของโลกที่ผลิตด้วยระบบ Quartz ตลอดจนนาฬิกาที่มีหน้าจอ LCD เป็นระบบตัวเลขดิจิตอลถึง 6 ตำแหน่งเรือนแรกของโลก เป็นต้น จะเห็นได้ว่าในช่วงนี้แบรนด์ไซโก้ไม่ว่าจะเป็นทั้งนาฬิกาผู้ชายหรือผู้หญิงได้ถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และได้รับการยอมรับไปทั่วโลก ซึ่งเห็นได้จากการที่ได้รับความไว้วางใจให้นำไปใช้ในงานสำคัญ ๆ ระดับโลกนั่นเอง

ช่วงการพัฒนาต่อยอดด้วยเทคโนโลยีใหม่ ๆ (ค.ศ.2000 – ปัจจุบัน)

ในช่วงระยะเวลานี้เน้นการนำเอาเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาเสริมทัพช่วยให้นาฬิกาของไซโก้มีความสามารถที่เพิ่มมากขึ้นไปอีก ไม่ว่าจะเป็นฟังก์ชันการดูปฏิทินหรือใช้เป็นนาฬิกาปลุกได้ นาฬิกาที่มีเทคโนโลยีในการดูโทรทัศน์ได้ทุกที่ทุกเวลา นาฬิกาที่มีระบบคอมพิวเตอร์เป็นส่วนประกอบ ที่สามารถใช้บันทึกเสียงได้ และสามารถกันน้ำได้ที่ระดับความลึกใต้น้ำถึง 1,000 เมตร นอกจากนี้ยังเป็นนาฬิกาที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ หรือขับเคลื่อนจากพลังงานที่ได้จากการเคลื่อนไหวของผู้สวมใส่ และสามารถรับสัญญาณระบุพิกัดตำแหน่งบนพื้นโลกอย่าง GPS ได้ อีกทั้งในเรื่องของรูปแบบตัวเรือนภายนอกก็ได้รับการพัฒนาไม่ให้มีรูปแบบล้าสมัย แต่มีดีไซน์ที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา เรียกได้ว่านอกจากจะใช้ดูเวลา และทำอย่างอื่นได้อีกมากมายแล้วยังสามารถใช้เป็นเครื่องประดับ เพราะมีรูปแบบที่ทันสมัยใส่เป็นนาฬิกาแฟชั่นอีกด้วย

จะเห็นได้ว่านาฬิกาไซโก้ผู้ชายและผู้หญิงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่รักนาฬิกาไม่น้อย เพราะความที่บริษัทมีนโยบายในการพัฒนาและสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าอย่างสูงสุด จึงเป็นเครื่องการันตีได้เป็นอย่างดีว่าผู้บริโภคจะได้รับนาฬิกาที่เปี่ยมไปด้วยศักยภาพและคุ้มค่าคุ้มราคาแน่นอน

พบกับแคมเปญ Summer sale วันที่ 5-31 พ.ค 2562 รับเงินคืนสูงสุด 200% ลุ้น coins cashback voucher จากเกมส์ Shopee quiz และเกมส์น้องใหม่อย่าง 1 บาทเกมส์ พร้อมบริการจัดส่งฟรี เมื่อช้อปครบ 99 บาท